|
|
 |
"นันทสุวรรณนคร" "กาวราชนคร" หรือ "กาวน่าน" เป็นแคว้นของชาวกาว ชนชาติที่อาศัยอยู่แคว้นน่านใน อดีต ต่อมา..จึงเรียกชื่อเมืองน่านว่า "นันทบุรี" หรือ "นันทบุรีศรีนครน่าน"
ชื่อของเมืองน่านมีที่มาจากชื่อแม่น้ำน่าน แม่น้ำที่มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาสูงของเมืองน่าน เนื่องจากชื่อที่มีหลายพยางค์และเรียกยาก ภายหลัง จึงนิยมเรียกนามเมืองว่า "เมืองน่าน"
จนถึงปัจจุบัน
ด้วยความเป็นเมืองที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยขุนเขา "วัฒนธรรม วิถีชีวิต และความสวยงามของธรรมชาติ" ได้ถูก ปิดบังซ่อนเร้นจากวัฒนธรรมตะวันตกที่ถาโถมเข้าสู่โลกตะวันออก
"เมืองน่าน" จึงยังคงความบริสุทธิ์รักษาวิถีชีวิต วัฒนธรรมของชาวน่าน รวมถึงธรรมชาติอันสวยงาม เพื่อรอเวลาอวดโฉมสู่สายตาของนักท่องเที่ยวจากต่างถิ่น
ความหลากหลายทางชาติพันธุ์ของเมืองน่าน ทำให้ผู้มาเยือนสามารถสัมผัสกับประเพณี วัฒนธรรม และวีถีชีวิตของแต่ละชนเผ่า ซึ่งหลอมรวมมาเป็นเมืองน่าน เมืองแห่งวัฒนธรรม
ล้านนาตะวันออก เมืองที่ใครได้มาเยือนแล้ว อยากจะอยู่เมืองน่าน..ไปตลอดชีวิต |
|
"ครึ่งวันกับการเดินเที่ยวเมืองน่าน" ก็เพียงพอแล้วสำหรับผู้ที่อยากสัมผัสความเป็นเมืองน่าน เพียงอาณาบริเวณสี่แยกเดียว นักท่องเที่ยวก็สามารถเที่ยวเมืองน่าน ได้อย่างเพลิดเพลิน
ไปกับศิลปะและวัฒนธรรมของชาวน่าน
- เริ่มกันที่ "วัดภูมินทร์" วิหารทรงจตุรมุขแห่งแรกของประเทศไทย อายุราว 413 ปี เคยถูกตีพิมพ์รูป บนธนบัตรใบละ 1 บาท ในสมัยรัชกาลที่ 8 ภายใน..มีจิตรกรรมฝาผนัง
ฝีมือช่างชาวน่านที่งดงามและเลื่องชื่อ
- "พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติจังหวัดน่าน" เดิม..เป็นคุ้มของเจ้าผู้ครองนครน่าน สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2446
ภายในจัดแสดงโบราณวัตถุ ตลอดจนสิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์
เมืองน่าน ศิลปะ โบราณคดี และชาติพันธุ์ต่าง ๆ ของเมืองน่าน
- "วัดหัวข่วง" สร้างขึ้นประมาณปี พ.ศ. 2068 วิหารและเจดีย์เป็นศิลปะท้องถิ่นของช่างสกุลน่าน นอกจากนี้ ยังมีธรรมมาสและหอไตร ที่ขึ้นชื่อว่างดงามรอผู้มาเยือนได้มาสัมผัส
กับงานศิลปะฝีมือช่างชาวน่าน
- "วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร" ชาวบ้านเรียก "วัดช้างค้ำ" เป็นศิลปะสมัยสุโขทัย อายุราวพุทธศตวรรษที่ 20 รอบเจดีย์มีปูนปั้นรูปช้างครึ่งตัวประดับอยู่โดยรอบ
- จุดสุดท้าย....แวะชิมกาแฟที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว และเลือกซื้อของที่ระลึก ของฝากจากเมืองน่าน
เพื่อคอยเตือนอยู่เสมอว่า ....."จะมาเที่ยวเมืองน่านอีกครั้งให้ได้" .....
มาครั้งหน้าจะต้อง
ชวนเพื่อน ชวนครอบครัว
ชวนคนที่ยังไม่เคยมาเยือนเมืองน่าน ให้ได้มาสัมผัสกับมนต์เสน่ห์แห่งเมืองล้านนาตะวันออกให้ได้..สักครั้งนึงในชีวิต" |
 |
 |
เพียงจุดเดียวของเมืองน่าน สำหรับผู้มาเยือนแล้วอาจคิดว่าได้รู้จักเมืองน่านดีพอแล้วหากใครคิด
อย่างนั้น
คงต้องเปลี่ยนใจ เพราะว่าเมืองน่านยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ ให้ได้
สัมผัสอีกมากมาย เช่น
-"วัดพระธาตุแช่แห้ง" พระธาตุประจำปีเกิดของคนเกินปีเถาะ
-"ประเพณีแข่งเรือเมืองน่าน" เรือที่แกะสลักหัวเรือและท้ายเรือเป็นหัวและหางพญานาคธรรมชาติอัน
สวยงาม
เช่น
-"ดอกชมพูภูคา" พรรณไม้หายากหนึ่งเดียวในเมืองไทย บนอุทยานแห่งชาติดอยภูคา
-"อุทยานแห่งชาติศรีน่าน" กับทะเลหมอกยามเช้าบนยอดดอยผาชู้ และดอยเสมอดาว
ที่กล่าวมา เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเมืองน่าน ที่เราอยากให้คุณได้มารู้จักได้มาสัมผัสกับเสน่ห์แห่ง
เมืองน่าน
เมืองที่หลังสามทุ่ม แทบจะไม่มีรถราวิ่งให้เห็นกันเลย เมืองสงบที่ชวนหลงใหลไม่แพ้ที่อื่นใด เมืองที่ใครได้มาเยือนแล้ว จะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "จะกลับมาอีก" |
|